ศูนย์รวม ล้อแม้กซ์ ยางใหม่ รถเก๋ง ปิคอับ 4x4 สปริงโหลด โช้คอัพ ทั้งในและต่างประเทศ
จำหน่าย ยางเปอร์เซ็นต์ แม็กซ์มือสอง กระทะล้อใหม่และมือสอง บรรทุกและออฟโรด รับซ่อมและทำสีล้อแม็กซ์
จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง
ราคาเป็นกันเอง
เทคนิคการเลือก แม็กมือสอง
องค์ประกอบหลักในการเลือกซื้อ ล้อแม็ก มือสอง
1. ขนาด , สเปค และความเหมาะสม กับรถของเรา 2. สภาพความสมบูรณ์ ของ ล้อแม็ก นั้นๆ 3. ราคา
1. ขนาด , สเปค และความเหมาะสม
ก่อนอื่นเราต้องทราบว่าล้อที่เราอยากได้นั้น มันถูกต้องและเหมาะสมกับรถของเรา มากน้อยแค่ไหน ? อย่าดูที่ความสวย หรือ ซื้อตามแฟชั่น แต่เพียงอย่างเดียว บางครั้งก็มาจบลงที่ ใช้แล้วมีปัญหา ก็ต้องขายทิ้ง เสียเงิน เสียทองเปล่า การที่เราจะทราบว่ารถของเรามีสเปค อย่างไร ? นั้น ดูได้ที่ ...
ที่คู่มือติดรถ สอบถามผู้รู้ , เพื่อนที่ใช้รุ่นนั้นๆ อยู่
2. สภาพความสมบูรณ์
ควรหลีกเลี่ยง ล้อแม็ก ที่มีรอย แตก ร้าว , ลมรั่ว , ซึม หรือ ดุ้ง, คด มาก จนไม่สามารถเยี่ยวยาได้
การซื้อ ล้อแม็ก อย่ามองเพียงแค่ความสวยงาม ที่ตบแต่งมาแล้ว เช่น การปาดเงาหน้าหรือกลึงขอบ ให้เงาสวย จงระลึกถึงเสมอว่า ความหนาของ ล้อแม็ก วงนั้น ก็จะลดลงตามไปด้วย ทำให้ง่ายต่อการดุ้ง หรือ คด เมื่อเรานำไปใช้ เราควรดูที่ความเดิม ถึงจะเก่าหรือสกปรก เรายังสามารถนำมาขัดสี ฉวีวรรณ ให้สวยเท่าไรก็ได้ ตอนที่อยู่กับเรา จะเป็นการปลอดภัยต่อการขับขี่มากกว่า
การดูว่าของแท้หรือของลอกเลียนแบบ ก็อาจยากหน่อย สำหรับคนที่ไม่คุ้นเคย ซึ่งปัจจุบันการลอกเลียนแบบ ได้มีการพัฒนาหน้าตาออกมาเหมือนมาก จนบางครั้งยากที่จะแยกแยะออก ดังนั้นก่อนการซื้อโดยเฉพาะ ล้อแม็ก ที่มีราคาสูง เราอาจต้องทำการบ้านไปก่อนที่จะซื้อ ก็จะดี เช่น การดูและจดจำ ล้อแม็ก ของเพื่อนๆ ที่ใช้รุ่นนี้อยู่ , ดูรูป หรือข้อมูล จากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง หรือนำภาพไปเปรียบเทียบ เป็นต้น
การดูที่สำคัญอีกอย่างก็คือ หากเป็นไปได้ ไม่ควรมียางมาบดบัง จนทำให้เราไม่สามารถ มองเห็นสภาพของ ล้อแม็ก ทั่วทั้งวงได้ เพราะภายในส่วนที่มียางปิดอยู่ อาจมีบางสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ก็ได้ เช่น รอยรั่ว ร้าว แล้วนำสีโป๊วมาปิดทับไว้
3. ราคา
เรื่องราคา ก็คงขึ้นอยู่ปัจจัยหลายอย่าง เช่น ยี่ห้อ , สภาพ และ ความนิยม แต่อย่างไรแล้ว อย่ามองเพียงแค่ราคาที่ถูกมากเกินความเป็นจริง นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกอะไรบางอย่าง
ข้อแนะนำที่จะได้ของดีราคาถูก
ซื้อในสภาพเดิมๆ จะสกปรก มีคราบรอยเปอะเปื้อน คราบดิน คราบน้ำมัน เกาะติดอยู่แค่ไหน ก็ไม่มีปัญหา เราสามารถนำมาล้างหรือทำให้ดี หรือสวยขนาดไหนก็ได้ เมื่อตอนที่อยู่กับเรา ราคาก็อาจไม่สูง แต่ต้องดูสภาพตามที่บอกไปแล้วตอนต้น สภาพล้อมีริ้วรอย ขอบเป็นรอยครูด สีหลุดลอก มีขี้เกลือ บ้าง อันนี้ไม่ใช่ปัญหา ท่านสามารถ ต่อรองราคาให้ถูกลงได้อีก ซึ่งยังดีกว่าที่สวยตอนซื้อ แต่มามีปัญหาทีหลัง หากคนที่งบน้อย แต่อยากได้ล้อแม็ก ที่แข็งแรง ทนทาน ไม่พะวงเรื่องการชำรุดได้ง่าย ล้อแม็ก เดิมๆ ติดรถมาและเจ้าของนำไปเทรินหรือแลกเปลี่ยน ก็เป็นอีกทางเลือกที่ไม่เลวเลย
|
หน้าที่ของยาง
ยางเป็นอุปกรณ์ชนิดเดียวของรถยนต์ที่สัมผัสกับพื้นถนน ซึ่งต้องทำทั้งหน้าที่ เลี้ยวรถ แบกรับน้ำหนักทั้งหมดของรถยนต์ ถ่ายเทพลังงานขับเคลื่อนทั้งหมด ทั้งพลังขับเคลื่อนและพลังงานเบรก และทำหน้าที่ซับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ยางในปัจจุบันต้องรับภาระสูงขึ้นกว่าในอดีต เช่นเดียวกับเบรก เนื่องจากรถทั่วไปมีความเร็วสูงขึ้นมากเป็นผลจากการพัฒนา ด้านประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ และการที่รถยนต์โดยทั่วไปมีน้ำหนักมากขึ้น เนื่องจากมาตรฐานความปลอดภัยและความต้องการอุปกรณ์สิ่งอำนวยสะดวกเพิ่มขึ้นในรถ
หน้าที่ในการถ่ายทอดพลังงาน ยางต้องถ่ายทอดแรงม้าและบิดลงสู่ถนน ถึงแม้ว่ายางแต่ละเส้นจะมี พท. สัมผัสถนนเพียงไม่กี่ตารางนิ้ว แต่ในปัจจุบันต้อง รับภาระหนักขึ้นกว่าในอดีตมากเนื่องจากล้อรถแต่ละเส้นในปัจจุบันต้องถ่ายทอดแรงม้ากว่า 200 แรงม้าและแรงบิดกว่า 250 ปอนด์ฟุต และในขณะเบรกรุนแรงอาจต้องรับภาระแรงบิดถึงกว่า 5000 ปอนด์ฟุต
หน้าที่ในการดูดซับการสั่นสะเทือน คุณสมบัติของยางตือความยืดหยุ่นและเป็นอุปกรณ์สำคัญที่จะทำให้การขับขี่นุ่มสบาย โดยต้องตรวจเช็คลมยางให้ถูกต้องตามข้อมูลรถแต่ละรุ่น
ยางทำหน้าที่ในการบังคับเลี้ยว ขณะที่ทำการเลี้ยว ยางต้องทำหน้าที่ซับแรงกระทำด้านข้าง มิให้รถเบี่ยงเบนจากทิศทางที่ต้องการซึ่งยางจะทำหน้าที่นี้ได้ดีต้องมีลมยางที่เหมาะสม การปรับค่าลมยางหน้าหลังตามที่ผู้ผลิตรถกำหนดมา ทำให้รถนั้นมลักษณะการทรงตัวถูกต้องเป็นไปตามที่วิศวกรผู้เผลิตรถกำหนด ยางต้องทำหน้าที่หลัก 2 อย่างในเวลาเดียวกันคือทั้งถ่ายทอดกำลังเครื่องยนต์และการเลี้ยว ฉนั้นในขณะที่ยางต้องทำหน้าที่ถ่ายทอดพลังจากเครื่องยนต์อย่างรุนแรง ความสามารในการเลี้ยวก็จะน้อยลง ฉนั้นจึงไม่ควรเร่งรุนแรง
|
การดูแลและใช้ยาง
วัดแรงดันลมให้ได้มาตรฐาน หากยางปกติ ไม่มีการรั่วซึม ตรวจแรงดันลมทุกสัปดาห์ก็พอ แรงดันลมมาตรฐานของยางรถยนต์ทุกรุ่นมีระบุไว้ที่ตัวรถยนต์หรือคู่มือประจำรถยนต์ ส่วนใหญ่อยู่ในระดับ 28-32 ปอนด์/ตารางนิ้ว (PSI) สำหรับรถยนต์นั่งการวัดแรงดันลมยางต้องกระทำในขณะที่ยางยังเย็นหรือร้อนไม่มาก (ขับไม่เกิน 2-3 กิโลเมตร) หากเติมและวัดลมตามปั๊มน้ำมันพร้อมเติมน้ำมันก็สะดวกดี แต่เมื่อยางร้อนแล้วต้องเผื่อแรงดันที่วัดได้เกินจากมาตรฐานสัก 1-2 ปอนด์/ตารางนิ้ว แล้วดูว่ายางเส้นไหนลมอ่อนมากกว่ายางเส้นอื่นมากหรือเปล่า หากมีแสดงว่ามีปัญหารั่วซึม ระวังความเพี้ยนของมาตรวัดแรงดันลมตามปั๊มน้ำมันไว้ด้วย เพราะมักถูกใช้งานหนัก ควรซื้อมาตรวัดแรงดันลมส่วนตัวไว้ และต้องเลือกแบบที่มีมาตรฐานราคาแพงสักหน่อย ปั๊มหรือเครื่องมือเติมลมส่วนตัวมี 2 แบบหลัก คือ แบบเท้าเหยียบ ควรซื้อแบบลูกสูบคู่จะรวดเร็ว และแบบปั๊มไฟฟ้า อาจไม่จำเป็นสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยได้ดูแลรถยนต์ด้วยตัวเอง แต่ควรมีมาตรวัดแรงดันลมส่วนตัว
เดินทางไกลเติมแรงดันลมเพิ่ม ควรเติมแรงดันลมยางแข็งกว่าปกติ 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันยางร้อนมาก หรือแรงดันลมสูงเกินไปจนระเบิดอาจสวนความคิดที่ว่า เมื่อเดินทางไกลยางหมุนด้วยความเร็วสูงและต่อเนื่อง ยางน่าจะร้อนและมีผลให้แรงดันลมเพิ่มขึ้น จากหลักการของก๊าซเมื่ออากาศร้อนจะขยายตัว-แรงดันลมเพิ่ม และหากเย็นจะหดตัว-แรงดันลมลดลง จึงเสมือนว่าน่าจะลดแรงดันลมลงจากปกติ หากมีการลดแรงดันลมยางลงในการเดินทางไกล ยางกลับจะร้อนและมีแรงดันสูงขึ้นมาก เพราะยางอ่อนแก้มยางจะบิดตัวมากจนร้อน และทำให้แรงดันลมสูงขึ้นมากอย่างรวดเร็ว วิธีที่ถูกต้อง คือ เพิ่มแรงดันลมขึ้น 2-3 ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อป้องกันการบิดตัวของแก้มยางมากจนร้อนและแรงดันลมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นการป้องกันล่วงหน้า เช่น ยางที่มีแรงดันลม 32 ปอนด์/ตารางนิ้ว มากกว่าปกติ 2 ปอนด์/ตารางนิ้ว เมื่อเดินทางไกลอาจมีแรงดันลมเพิ่มขึ้นจากความร้อนเพียง 2 ปอนด์ แต่ถ้าลดแรงดันลมเหลือเพียง 28 ปอนด์/ตารางนิ้ว อาจร้อนมากและมีแรงดันลมเพิ่มขึ้นถึง 5-6 ปอนด์/ตารางนิ้ว รวมแล้วมากกว่าการเติมลมยางเผื่อไว้แข็งและร้อนแล้ว
เ ส้ น ท า ง ข รุ ข ร ะ ลดความเร็วให้เหมาะสม เพื่อลดภาระของหน้ายางและโครงสร้างยาง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความปลอดภัยและถนอมช่วงล่างด้วย
สลับยาง ทุก 10,000 กิโลเมตร สลับยางพร้อมกระทะล้อหน้า-หลังในแต่ละด้าน เพื่อให้มีการสึกหรอจนหมดใกล้เคียงกันทั้ง 4 เส้น เพราะยางที่ใส่กับล้อคู่ขับเคลื่อน จะมีการสึกหรอมากกว่ายางอีกคู่หนึ่ง อย่าลืมดูทิศทางการหมุนและถ่วงสมดุลใหม่ด้วยถ้าไม่สลับยางแล้วมีการสึกหรอไม่เท่ากัน หลีกเลี่ยงการเปลี่ยนยางครั้งละคู่หรือ 2 ล้อ เพราะจะทำให้ต้องเปลี่ยนสลับครั้งละคู่ไปเรื่อยๆ เสียเวลาและไม่ถูกต้อง ยางต้องเปลี่ยนพร้อมกันทั้ง 4 เส้น เพราะมีอายุการใช้งานเท่ากันทุกเส้น ควรเปลี่ยนยางพร้อมกันทั้ง 4 เส้น และอย่าใช้ยางต่างรุ่นต่างดอกกันในล้อข้างซ้ายและขวาในคู่เดียวกัน เพราะประสิทธิภาพการเกาะถนนจะแย่ลง ควรใช้ยางขนาดเดียวและรุ่นเดียวกันทั้ง 4 ล้อ ไม่มีความจำเป็นต้องเลียนแบบรถแข่งที่ใช้ยางหน้ากว้างกว่าในล้อขับเคลื่อน
หมั่นตรวจสอบการสึกหรอของดอกยาง นอกจากตรวจสอบความลึกของดอกยางและสลับตามระยะ ยังต้องสังเกตการสึกหรอที่ผิดปกติตลอดหน้ายาง ซึ่งมีหลายลักษณะยางต้องมีการสึกหรอสม่ำเสมอใกล้เคียงกันตลอดหน้ายางซ้ายจรดขวา หากมีการสึกหรอของดอกยางผิดปกติ ควรตรวจสอบและตั้งศูนย์ล้อใหม่
|
ประเภทของ ล้อแม็กซ์
1.ประเภท จาน (Disc Type) ลักษณะแบบนี้ ถูกออกแบบเพื่อการแบกรับน้ำหนักโดยเฉพาะ มักพบมากกับรถที่ต้องการบรรทุก หรือ รับน้ำหนักจากสิ่งของ สัมภาระ เป็นต้น
2.ประเภท ก้านใหญ่ ( Spoke Type ) ลักษณะแบบนี้ ก็ทำให้สวยขึ้นกว่าแบบจาน Disc แต่ยังคงความสามารถในการรับน้ำหนักได้ดีพอควร จึงใช้ได้ทุกสภาพถนนปกติ และอาจเป็นรถนั่งขนาดใหญ่หรือซีดาน
3.ประเภทก้านเล็ก ( Fin Type ) ออกแบบให้ดูสวย ก้านเรียวเล็ก โปร่ง จึงดูสวยน่าใส่ แต่ก็เช่นเดียวกัน การแบกรับน้ำหนักย่อมน้อยไปด้วย เหมาะกับการใช้ตามถนนที่เรียบและควรหลีกเลี่ยงสภาพถนนที่เป็นหลุมหรือขั้นขวางถนน
ประเภท ตาข่าย ( Mesh type ) ลักษณะเป็นการผสมผสานกัน ที่ยังคงใช้ก้านที่เล็ก แต่ก็ออกแบบให้มีก้านเพิ่มมากขึ้น เกาะเกี่ยวกันเป็นตาข่าย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงขึ้น แต่มักมีปัญหาในการทำความสะอาด | |
| |